ดูซีรี่ย์: THE FLU มหันตภัยไข้หวัดมฤตยู

ดูซีรี่ย์: THE FLU มหันตภัยไข้หวัดมฤตยู เป็นหนังเกาหลี ซึ่งผมก็มารู้จักหนังเรื่องนี้จากเหตุการณ์ระบาดของไวรัส COVID-19 นี่ล่ะครับ ด้วยความที่อาการของโรคระบาดในเรื่องเป็นหวัดเหมือนกัน ทำให้เหตุการณ์บางอย่างเช่นการจามแล้วระบาด ดูสมจริงสมจังมาก แต่อาการของโรคในหนังดูน่ากลัวแบบไอเป็นเลือดอย่างจริงจังมาก ทำให้เนื้อหาในเรื่องโกลาหลกว่าความเป็นจริงขึ้นไปอีก

หนังเดินเรื่องน่าสนใจ แต่ก็ค่อนข้างยาว เพราะพาดพิงไปเล่นหลายประเด็นในตลอด 2 ชั่วโมง ซึ่งแม้ตัวละครพระเอก นางเอก จะดูน่าเอาใจช่วยขนาดไหน แต่พอเราเห็นข่าว COVID-19 จริง ๆ เราก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าสองตัวละครนี้เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง ที่ก็มีความเห็นแก่ตัวในแบบของตัวเองเช่นกัน (ถ้า COVID-19 ยังไม่เกิดขึ้น เราอาจจะเอาใจช่วยสองคนนี้มากกว่านี้)

ภาพยนตร์ภัยพิบัติของชาวเกาหลีใต้ เขียนบทและกำกับโดย “คิมซองซู” ว่าด้วยเรื่องราวของการระบาดไข้หวัดสายพันธุ์มรณะ ที่จะฆ่าเหยื่อภายใน 36 ชั่วโมง ส่งผลให้ประชากรเกือบ 5 แสนคน เกิดความหวาดกลัวกลายเป็นเหตุจลาจลย่อม ๆ ตัวละครหลักเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มีนิสัยบ้าบิ่น “คังจีกู” และคุณหมอสาวแสนสวย “คิมอินแฮ” โดยตัวเรื่องเล่าถึงแก๊งค์ค้ามนุษย์ข้ามชาติลักลอบนำแรงงานต่างด้าว ข้ามฝั่งจากประเทศจีนมายังเกาหลีใต้ โดยซุกซ่อนอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ แต่เพราะสาเหตุใดไม่ทราบแน่ชัด เหล่าแรงงานได้เสียชีวิตไปเกือบหมด เหลืออยู่เพียงเด็กหนุ่มที่ชื่อ “มงไซ” แน่นอนว่าเขาคือพาหะนำโรคไข้หวัดมรณะมาสู่คน โรคนี้แพร่ระบาดไปยังเมืองต่าง ๆ ในเกาหลี จนเกิดความโกลาหลไปทั่ว ทางรัฐจึงต้องปิดล้อมทั้งเมืองไว้ ก่อนจะจัดการด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด

การนำเสนอเรื่องราวลักษณะตรงไปตรงมา ไม่มีการย้อนหรือตัดทอนเรื่องตามสถานการณ์ ผู้ชมไม่ต้องคิดอะไรมาก สนุกตื่นเต้นได้ลุ้นกันตลอด และแม้หนังจะไหลลื่น แต่บทบาทของตัวละครที่ทำให้เรื่องดูยืดเยื้อ กลายเป็นความตลกร้ายในภายหลัง สำหรับพล็อตเรื่องที่ดูคล้ายกับสถานการณ์ “โควิด-19” มีตั้งแต่การติดเชื้อไวรัสด้วยการสัมผัส การแพร่เชื้อกระจายไปอย่างรวดเร็ว การสอบสวนโรคจนนำไปสู้การหาวัคซีนเพื่อป้องกันโรค ผลเสียจากการทำงานของภาครัฐที่ไม่สอดคล้องหรืออยู่ในทิศทางเดียวกัน นักการเมืองที่เห็นแก่ตัวห่วงแต่หน้าตาตัวเอง จนไม่มีการแจ้งเตือน ทำให้สถานการณ์บานปลาย ยากเกินกว่าจะควบคุมไว้ได้..

ทุกชีวิตล้วนมีค่า เมื่อประชาชนทุกคนให้ความร่วมมือกับรัฐ เพื่อจัดการโรคระบาดอย่างพร้อมเพรียงแล้ว ทางภาครัฐก็ต้องใส่ใจและรักษาชีวิตของประชาชนทุกชีวิตไว้ให้ได้ อย่าปล่อยให้เหมือนเช่นหนังเรื่องนี้ ที่พยายามปกปิดข้อมูล ทั้งยังปล่อยให้มีบุคคลที่เห็นแก่ตัว มีอำนาจด้านการปกครองจนนำมาสู่ความหายนะ จงอย่าลืมว่า “ทุกคนกำลังทำสงครามกับโรคร้าย มิใช่ทำสงครามกับมนุษย์ด้วยกันเอง”

ส่วนที่ดีในหนังเรื่องนี้คือ หนังเดินเรื่องพาไปพบเจอจุดที่น่าสนใจ และสะเทือนใจได้เรื่อย ๆ ว่ามนุษย์เราโหดร้ายกันได้ขนาดนี้เลยหรือ ซึ่งความโหดร้ายที่ว่าดูสมจริงสมจังมาก แต่หนังก็มีจุดที่อาจจะไม่สมจริงคือ มีบางตัวละครขับเคลื่อนประเด็นในเรื่องได้น่ารำคาญอยู่เหมือนกัน คือดูมีความเป็นตัวร้ายมาก ๆ จนเรารู้สึกไร้เหตุผล …หรือถ้าจะบอกว่าตัวละครนี้มีเหตุมีผลที่เข้าใจได้ ช่วงสุดท้ายของเรื่อง หนังก็อาจจะไม่จบแบบนั้น เพราะมันควรจะมีคนแบบนี้มากกว่านี้รึเปล่า

โดยรวมนี่เป็นหนังเกี่ยวกับโรคระบาดที่น่าสนใจ ตีแผ่หลาย ๆ ปัญหาที่น่าจะเกิดในสังคมเกาหลี และก็แอบสะท้อนกับปัญหาในประเทศเราบางอย่างเหมือนกัน ใครเป็นคอหนังสายภัยพิบัติ การเอาชีวิตรอด ลุ้นระทึก เรื่องนี้น่าจะตอบโจทย์พอสมควรเลยครับ