อย.สหรัฐตรวจสอบผลข้างเคียงจากวัคซีนไฟเซอร์

คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐกำลังตรวจสอบ “สาเหตุแท้จริง” ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ กับผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ว่า นพ.ปีเตอร์ มาร์คส ผู้อำนวยการศูนย์ประเมินและวิจัยด้านชีวภาพ ของคณะกรรมการอาหารและยา ( เอฟดีเอ ) กล่าวว่า นับตั้งแต่สหรัฐเริ่มใช้งานวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ กับบริษัทไบโอเอ็นเทคจากเยอรมนี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีรายงานการเกิด “ภาวะตอบสนองด้านลบ” กับผู้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 5 คน หนึ่งในนั้นคือบุคลากรการแพทย์ที่รัฐอะแลสกา ซึ่งมี “อาการแพ้อย่างรุนแรง” ภายในเวลาเพียง 10 นาทีหลังได้รับวัคซีน
 
ทั้งนี้ สมมุติฐานของเอฟดีเอยังคงพุ่งเป้าไปที่ “โพลีเอธิลีน ไกลคอล” ( Polyethylene glycol ) ซึ่งเป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่มักเป็นส่วนประกอบของยาและวัคซีนหลายชนิด อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดอาการแพ้ แต่สารเคมีเดียวกันนี้เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของวัคซีนผลิตโดยบริษัทโมเดอร์นา ที่เอฟดีเออนุมัติให้ใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉินตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้ด้วย แม้ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการ ว่ามีผู้แพ้วัคซีนของโมเดอร์นา แต่นพ.มาร์คส กล่าวว่า ปฏิกิริยาตอบสนองที่เป็นผลจากโพลีเอธิลีน ไกลคอล “อาจเป็นภาวะปกติมากกว่าที่เคยเข้าใจกัน”
 
อย่างไรก็ตาม เอฟดีเอและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ ( ซีดีซี ) แนะนำผู้มีอาการแพ้หลังการรับวัคซีนโด๊สแรก ควรชะลอการรับวัคซีนโด๊สที่สองออกไปก่อน ซึ่งตามเกณฑ์ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค คือห่างจากโด๊สแรก 21 วัน ส่วนของโมเดอร์นาคือ 28 วัน แต่ควรเข้ารับการตรวจและรักษาอาการแพ้ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้มีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ ซีดีซียังคงยืนยันว่า สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้
 
อนึ่ง สถิติของซีดีซีระบุว่า ในรอบ 7 วันล่าสุด จนถึงวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐแจกจ่ายวัคซีนทั้งของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค และโมเดอร์นา รวมกันไปแล้วมากกว่า 4.6 ล้านโด๊ส และมีผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วมากกว่า 600,000 คน รวมถึงรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ นายโจ ไบเดน ว่าที่ผู้นำสหรัฐคนต่อไป และนพ. แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดต่อและโรคภูมิแพ้แห่งชาติ ( เอ็นไอเอช ) โดยเพนซ์และไบเดนรับวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค ขณะที่ นพ.เฟาซี รับวัคซีนของโมเดอร์นา